ผอมแล้วจะสวยยังไงก็ได้ รีวิวลดน้ำหนักจาก 65 เหลือ 47 กิโลกรัม

สิบกว่ากิโลที่ลดน้ำหนักไป ก็ได้หุ่นเพรียวบางดูน่ารักใส ๆ ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนใด ๆ ผอมด้วยตัวเองได้ก็น่ารักอย่างกับเน็ตไอดอลเลย !

การลดน้ำหนักเป็นสิ่งที่ถ้าทำจริง ๆ ก็ไม่ยากไปกว่าความตั้งใจของทุกคนเลย แต่ส่วนใหญ่คนที่ยอมอ้วนปีแล้วปีเล่า และดูท่าจะทำน้ำหนักเพิ่มขึ้นแบบไม่คิดจะลดเลยก็อาจเป็นเพราะยังขาดแรงบันดาลใจ หรือยังไม่เจอสิ่งกระตุ้นที่ทำให้รู้สึกว่า เฮ้ย ! จะอ้วนแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ ไม่ไหวแล้วล่ะ

ซึ่งถ้าคุณก็เป็นคนที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จหรือไม่เคยคิดจะลดน้ำหนักเลยในชีวิต เรามีรีวิวลดน้ำหนักจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 2636912 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มากระตุ้นความรู้สึกอยากผอมลงให้คุณค่ะ เพราะเธอคนนี้ลดน้ำหนักจาก 65 กิโลกรัมเหลือเพียง 47 กิโลกรัม ณ ปัจจุบัน และแค่ผอมลงเท่านั้น ก็สวยใสขึ้นจนแทบไม่มีเค้าเดิมหลงเหลืออยู่เลย !
เมื่อวันที่ฉันได้ “ผอม” สมดั่งใจ รีวิวการลดน้ำหนักจาก 65 เหลือ 47 ในปัจจุบัน 😀 จากคุณ สมาชิกหมายเลข 2636912 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีค่ะ พ่อแม่พี่น้องชาว Pantip ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ ดิฉันมีชื่อว่า “แจม” ค่ะ

วันนี้แจมจะมาเล่าประสบการณ์ในการดูแลรูปร่างของตนเอง จากวัยมัธยม (ม.3) มาจนเรียนจบมหาวิทยาลัยค่ะ และนอกจากนี้ยังบอกขั้นตอนคร่าว ๆ ว่าทำไมแจมถึงผอมได้ มีวิธีการยังไง ? เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักนะคะ

หวังว่ากระทู้นี้คงจะเป็นประโยชน์ค่ะ

หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจ้า

ก่อนอื่น…ขอลงรูปเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันนะคะ

(สาว ๆ คนไหนเคยเล่น Jeban อาจจะเคยเห็นกันมาบ้างแล้วค่ะ ใช่แล้ววว แจมกลับมาแล้วจ้า)

รูปก่อนลด

 

รูปหลังลด

 

อะไรทำให้แจมอยากลดน้ำหนัก ?

– การโดน Bully

ในช่วง 8-9 ปีที่แจมน้ำหนักขึ้น โดนเพื่อนล้อเยอะมาก (ทุกยุคเลยค่ะ เพื่อนสมัยโรงเรียนยันมหาวิทยาลัย)

ไม่ว่าจะเป็น “E ช้าง” “อ้วน” “โอ่ง” โอ้โหวว…สารพัดจะโดนมาหมด ที่เจ็บไปกว่านั้น คือจำได้ว่าเคยมีความฝันคือ อยากเป็นแอร์โฮสเตส แน่นอนค่ะ พูดประโยคนี้ให้ใครฟัง ทุกคนก็จะหัวเราะเป็นเสียงเดียวกันหมดว่า “อ้วนขนาดนี้ เครื่องบินตกพอดี” ถามว่าเสียใจมั้ย เสียใจมากค่ะ 555

แต่ตอนนี้ถามว่าโกรธมั้ย ไม่เลย ชิล ๆ เลยค่ะ ต้องขอขอบคุณเสียงพวกนี้ ที่เป็นแรงกำลังใจให้เราได้มาถึงจุดนี้ > _ <

– มีความรักค่ะ

ตอนนั้นแอบชอบเพื่อนในคณะที่เรียนด้วยค่ะ เลยคิดจะลดน้ำหนักหลังจากที่อ้วนมาตั้งแต่ ม.3 เพิ่งมาคิดได้ตอนปี 2 ตอนที่แอบชอบเขา แล้วก็อยากให้เขาสนใจ สไตล์น้องน้ำและพี่โชน (สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก 55+)

และหลังจากที่ลดน้ำหนักได้สำเร็จ ผู้ชายคนนั้นบอกเราผอมลงนะ สวยขึ้นนะ โอ๊ย…กรี๊ดบ้านแทบแตกค่า… แต่ถามว่าได้คบกันมั้ย ? เปล่าเลยจ้า…นกเหมือนเดิม 55555

– ต้องทำงาน

ช่วงนั้นแจมเรียน ปี 3 และปิดเทอม ซึ่งอยากหารายได้พิเศษค่ะ เลยไปสมัครร้านไอติมชื่อดังร้านหนึ่ง เจอคนในร้านบอก “อู๊ยย หุ่นแบบนี้กระโปรงแตกพอดี” เอื้อออออ….เลยจ้าา 5555

ข้อนี้สำคัญมาก เป็นเหตุผลจริง ๆ ที่แจมต้องลดน้ำหนัก !!

– สุขภาพ

แจมปวดท้อง-ท้องอืดทุกวัน รวมไปถึงสุขภาพปวดเข่า สิวอุดตันบนใบหน้า รวมไปถึงเสื้อผ้าที่ซื้อแล้วใส่ไม่ค่อยได้ ต้องหาซื้อเสื้อผ้าไซส์พิเศษ 5555

แจมเลยมานั่งส่องกระจกว่า “เฮ้ย ไม่ได้ละนะ เราต้องลดน้ำหนักสักที ไม่งั้นโรคถามหาแน่นอน !”

หลังจากนั้น แจมก็เลยปิดพจนานุกรมของหวาน ของทอดทั้งหมด แล้วหันมาเป็นสายสุขภาพเต็มร้อย

และนี่ล่ะค่ะ คือเหตุผลทั้งหมดว่า ทำไม ? แจมถึงต้องลดน้ำหนัก จาก 65 ลงมาเป็น 47 ได้ในปัจจุบันค่ะ

มาเริ่มกันเลยดีกว่า . . . ^____^

ในขั้นแรก แจมต้องขอบอกก่อนว่า แจมไม่ได้เป็นคนรูปร่างอ้วนมาแต่กำเนิดนะคะ ในช่วงเรียนประถม แม่แจมเองเคยบอกว่า แจมรูปร่างผอม แต่พอเข้าเรียนช่วงมัธยมต้น ด้วยความที่ว่า โรงเรียนมีของกินเยอะแยะมากมายเหลือเกินค่ะ ดิฉันก็เลยได้ของรับขวัญจากโรงเรียนนี้คือ น้ำหนักที่เพิ่มมา 9 โลภายในสองปีนั่นเอง !

ใช่แล้วค่ะ แจมหนัก 45 และกลายเป็น 54 กิโลกรัมนั่นเอง

และต่อมาไม่นาน ขึ้นมัธยมปลาย แจมก็ได้ของขวัญอีกทีนั่นคือ น้ำหนักเพิ่มเป็น 60 กิโลกรัม 55555  (นี่ไม่รวมช่วงมหาวิทยาลัยนะคะ ที่น้ำหนักแจมเพิ่มเป็น 65 อีกที)

และนี่คือรูปที่แจมน้ำหนักขึ้นค่ะ

ประมาณนี้นะคะ ต้องขอบอกก่อนว่า รูปหายไปเยอะมากค่ะ T T  นี่ต้องเปิด social ไปสูบรูปจากเพื่อนมา 5555

ขอเน้นนะคะว่าแจมไม่เคย “กินยาลดความอ้วนหรือกินอาหารเสริม” ทุกชนิด แล้วก็ไม่รับรีวิวใด ๆ ทั้งสิ้นจ้า ^__^
เอาล่ะค่ะ ! มีสเต็ปที่มายังไงบ้าง เรามาเริ่มกันที่

  1. อาหารการกิน

    แรก ๆ แจมกินมังสวิรัติค่ะ โดยเน้นกินแกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้ มีคนถามว่า เอ๊ะ ? แล้วมันจะดีต่อสุขภาพเหรอ ? เลยต้องรีบเฉลยว่า แจมกินเนื้อเกษตรแทนค่ะ (เคยมีร้านอาหารแถวบ้านทำเจขาย เนื้อเกษตรอร่อยมากก เหมือนได้กินเนื้อจริง)

    ถามว่า…ทำไมแจมต้องกินมังสวิรัติล่ะ ทำไมไม่ลดแป้ง ?

    คำตอบคือ แจมขับถ่ายยากค่ะ การกินเนื้อเยอะ ทำให้ย่อยยาก แล้วการขับถ่ายก็ทำงานไม่ปกติ

    ต้องขอบอกก่อนว่า การขับถ่าย เป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนักนะคะ

    แต่ แต่ ว่า !! ห้ามอดอาหารเด็ดขาดเลยค่ะ  เน้นค่ะ ห้ามอดอาหาร กินสามมื้อตามปกติ

    แจมจำได้ว่ามีช่วงที่แจมกินอาหารสองมื้อ และมื้อเย็นไม่กินอะไรเลย/ตัดภาพมา แจมนั่งกินมาม่าสองห่อตอนเที่ยงคืน T_T โอ๊ย…เจ็บปวดใจมากค่ะ 5555

    แต่แจมเลือกที่จะกินคอร์นเฟล็ก (ที่เป็นรูปไก่ค่ะ) จำชื่อยี่ห้อไม่ได้แล้วว ผสมกับโยเกิร์ตค่ะ อร่อยมากกกก ! ให้อารมณ์ เหมือนกินดัชชี่ ทูโทนสมัยเด็ก ๆ (อุ๊ยตาย บอกอายุ 555) รวมถึงกินผลไม้ควบคู่ไปด้วยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่ง/แก้วมังกร/มะละกอ/ส้มโอค่ะ จะบอกว่ากินสามอย่างนี้แล้ว อิ่มแปล้เลยค่ะ นอนตายตาหลับมาก

    เพื่อน ๆ บางคนถ้าถ่ายคล่องอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินมังก็ได้นะคะ แต่ขอให้เน้นกินผัก-ผลไม้ดีที่สุดค่ะ เพื่อให้สุขภาพของเราดีขึ้นด้วยนะคะ ^^

    และช่วงที่แจมกินมัง ต้องยอมรับเลยค่ะว่า ถ่ายคล่องมาก แล้วพุงก็ลดไปเยอะเลย แต่ก็ยังไม่ผอมค่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ ? เชิญข้อต่อไปเลยจ้า

    2. การออกกำลังกาย

    จำไว้เลยนะคะเพื่อน ๆ  คนเราหายใจได้ด้วยจมูกฉันใด การผอมได้ก็ต้องออกกำลังกายฉันนั้น (ฮั่นแน่ะ ! มีกงมีกลอนอ่า >< 555)

    ต้องขอบอกก่อนว่า ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย แจมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยดังย่านนครปฐม ติดกับสนามจันทร์ค่ะ ซึ่งแถวนั้นมีลานแอโรบิก ที่วิ่ง ฟิตเนส เต็มไปหมดดดด

    แจมเลยไปเต้นแอโรบิกเกือบทุกวันหลังเลิกเรียนค่ะ แต่หลัง ๆ มาแจมขี้เกียจเดินไป รวมถึงช่วงนั้นโดยขโมยจักรยานด้วย T_T ก็เลยไม่รู้จะไปยังไง จึงหาคลิปเต้นแอโรบิกเจ๋งๆ  เพื่อนแจมแนะนำคลิปนี้มา…โอ้วแม่เจ้า มันดีจริง ๆ ค่ะ

  1. การจัดฟัน

    อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งขัดกันเลยน้า…ว่าจัดฟันมันเกี่ยวอะไรกับการลดน้ำหนัก ? สำหรับแจมเกี่ยวค่ะ เพราะช่วงที่จัดฟันมา ทำให้แจมเลิกขนมไปได้เยอะมากก เพราะแจมจะเป็นคนที่กินขนมแล้วเศษจะเข้าไปติดเหล็กบ่อย ๆ บางทีกินจนเหล็กหลุดก็มีนะคะ 5555  เลยทำให้แจมเลิกกินขนมอบกรอบไปได้ชั่วขณะเลยจ้า

    สุดท้ายค่ะ

    4. การดีท็อกซ์

    ฮั่นแน่ ! หลายคนสนใจการดีท็อกซ์ล้างพิษ  สำหรับแจมคือการดีท็อกซ์ด้วยน้ำกาแฟค่ะ หรือเรียกว่าการสวนน้ำกาแฟเข้าลำไส้ แล้วถ่ายออกมาค่ะ (แจมชอบทำในช่วงที่ถ่ายไม่ออก โล่งสบายปลอดโปร่งมาก 555)

    (หากใครสนใจ แจมจะมาเขียนรีวิวภาคต่อแบบละเอียดนะคะ แต่ตอนนี้ขอพูดถึงการลดน้ำหนักก่อนจ้า)

    4 ข้อที่กล่าวมา ทำให้แจมลดน้ำหนักได้จนถึง 45 กิโลกรัมในช่วงแรก ๆ แต่ก็ขึ้นมาอีก 2 กิโล (เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกกำลังกายค่ะ) หลังจากนี้จนถึงปัจจุบัน ก็อยู่ตัวแล้วค่ะ

    เอาล่ะ เรามาดูรูปประกอบกัน…

 

จากเด็กอ้วนในวันนั้น กลายมาเป็นแจมในวันนี้ ปัจจุบันแจมสุขภาพดีขึ้น ปัญหาปวดเข่า ปวดขา ปวดท้อง รวมไปถึงการหาเสื้อผ้าใส่ยากก็หมดไปค่ะ

อยากให้ทุก ๆ คนหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเองให้ดียิ่งขึ้นนะคะ และฝากถึงคนที่เคยโดนล้อในเรื่องรูปร่างค่ะ

“ไม่มีใครทำให้คุณสวยน้อยลงได้ ถ้าคุณไม่เก็บคำพูดของคนอื่นมาแคร์”

Inspiration จากเพลง Beautiful ของ Christina ค่ะ

เชิดหน้า และหันมาดูแลร่างกายของเรากัน “ความอ้วน” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย ไม่ใช่ปมด้อย แต่มันคือ “ปัญหาสุขภาพ” ค่ะ แจมอยากให้มองว่ามันเป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอมากกว่าความสวยความงามนะคะ

สำหรับวันนี้ แจมต้องขอตัวค่ะ

หากมีโอกาสเขียนกระทู้หน้าใหม่ก็ฝากด้วย

ขอบพระคุณที่อ่านจนจบนะคะ

สวัสดีค่า

ลดน้ำหนักสำเร็จแล้วไม่ใช่แค่ความผอมและหุ่นดี ๆ ที่ได้กลับมา แต่สุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นด้วยนะคะ ดูจากความน่ารักสดใสของเจ้าของกระทู้สิ 😉

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณ สมาชิกหมายเลข 2636912 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

แชร์บทความ!

Comments

comments

Related Posts

About The Author